เกษตรกรต้นแบบ และเกษตรกรรุ่นใหม่ สองพ่อลูกอำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร ปลูกผักปลอดภัยเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เดือนละสองหมื่นกว่าบาท

นายไพเนตร์ สุขกัลยา (ลุงเนตร) อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 41 หมู่ 2 ตำบลระหาน อำเภอ บึงสามัคคี  จังหวัดกำแพงเพชร เป็น smart farmer หรือเกษตรกรต้นแบบ ในการผลิตพืชปลอดภัย มีพื้นที่ทำการเกษตร ทั้งหมด 42 ไร่ มีอาชีพหลักคือทำนาปลูกข้าวนาปี 30 ไร่ มีรายได้จากการทำนาปีละประมาณ 150,000 บาทและปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยในช่วงฤดูแล้ง เป็นการตัดวงจรการระบาดของโรคและแมลง  มีพื้นที่ปลูกผัก จำนวน 12 ไร่ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัว เดือนละสองหมื่นกว่าบาท

ซึ่งแต่เดิม ปลูกข้าว ทำสวนส้มเขียวหวาน มีการใช้สารเคมีในปริมาณสูงในการผลิต จึงทำให้สุขภาพในช่วงนั้นไม่ค่อยดี  ต่อมาในปี 2549 ล้มเหลวจากการปลูกส้มเขียวหวาน จากโรคกรีนนิ่ง ผลหลุด ราคาตกต่ำ จึงเปลี่ยนสวนส้มมาปลูกผัก และปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำการเกษตร หันมาทำการเกษตรปลอดภัย โดยได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรสำนักงานเกษตรอำเภอบึงสามัคคี  แนะนำให้ใช้สารชีวภาพในการเพิ่มผลผลิต และสารชีวภัณฑ์ในการป้องกันและกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี เป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยคนในครอบครัว คุณภาพของผลผลิต ความปลอดภัยของผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมในพื้นที่การเกษตร และเป็นเกษตรกรรายแรกๆของอำเภอบึงสามัคคี ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตพืชตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม(GAP) 

                  ปัจจุบันบ้านของลุงเนตร เป็นที่ตั้งศูนย์เครือข่ายการผลิตผักปลอดภัย ของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอบึงสามัคคี ซึ่งเป็นกลไกในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรในพื้นที่ โดยเป็นจุดเรียนรู้ให้เกษตรกรในชุมชนและเกษตรกรที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และศึกษาเกี่ยวกับการผลิตพืชผักปลอดภัย  การผลิตสารชีวภาพ เพื่อไปปฏิบัติตามความเหมาะสมในพื้นที่ของตน

               ลุงเนตรได้ปลูกฝัง บุตรชาย นายอำนาจ สุขกัลยา  อายุ 36 ปี ซึ่งถือว่าเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ให้มีความภาคภูมิใจและรักในอาชีพการเกษตร และได้สมัครเข้าร่วมเป็น  Young Smart Farmer (YSF) ของจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ของแต่ละที่ ในเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาพัฒนาการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง และชุมชน ถือเป็นการผสมผสานกันระหว่างองค์ความรู้ด้านการเกษตร ระหว่างรุ่นพ่อและรุ่นลูกอย่างลงตัว 

            นายอำนาจ  เล่าว่าได้เรียนรู้การทำการเกษตรแบบปลอดภัยมาจากพ่อคือลุงเนตร  และได้นำความรู้ใหม่ๆที่ได้จากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการและการตลาดสินค้าเกษตร  เช่น การวางแผนการปลูกผักว่าควรปลูกในช่วงไหนที่จะเจริญเติบโตและมีราคาดี สอดคล้องกับความต้องการของตลาดซึ่งในช่วงนี้ก็จะปลูกแตงกวา  เขียวปลี  ผักกาดขาว เพราะในช่วงนี้ราคาค่อนข้างดี และหลังจากนั้นก็จะปลูกพืชผักชนิดอื่นหมุนเวียนไป เช่นมะระ บวบ  การทำบ่อพักน้ำโดยการดึงน้ำจากคลองชลประทานมาเก็บไว้ในบ่อพักก่อนนำไปใช้  โดยได้วางระบบน้ำแบบสปริงเกอร์มาใช้     ในแต่ละเดือนครอบครัวจะมีรายได้จากการทำพืชผักประมาณเดือนละ 20,000 -30,000 บาทต่อเดือน นอกจากนั้นจะมีรายได้จากการจำหน่ายสารชีวภาพ การจับปลาในบ่อพักน้ำขาย  สำหรับรายจ่ายในแต่ละเดือนก็จะมีไม่มากนักเพราะปลูกพืชผักไว้กินเอง เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก ในกระชัง และเลี้ยงไก่ไว้กินเอง  ในขณะนี้มีผู้สนใจมาศึกษา การทำการเกษตรแบบตนเองและพ่อเป็นจำนวนมากซึ่งตนเองและครอบครัวก็ยินดีให้คำแนะนำ และได้เปิดบ้านเป็นจุดเรียนรู้ ของศูนย์เครือข่ายการผลิตผักปลอดภัย ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอบึงสามัคคี และขณะนี้ได้รวมกลุ่มผู้ปลูกผักปลอดสารในตำบลระหานมาทำการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เพื่อรวมกันผลิต และรวมกันจำหน่าย  ลดต้นทุนการผลิต ตลอดจนเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยและมีคุณภาพ   เพื่อให้ภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา     เกษตรกรท่านใดสนใจก็สามารถมาเรียนรู้ได้  หรือจะติดต่อสอบถามบื้องต้นมาได้ที่ เบอร์โทร 095-4016269

 

 

ปิดโหมดสีเทา